blog / diary
Set Thai Font


May-Chan: about me


  Latest 10 Blog/Diary
 
   
 
 
 

  Latest 10 Comments
 
   
 
 
 

  Blog Recommended
 
  กระดาษแผ่นเดียว
ครั้งแรกกับสิงคโปร์
Twilight saga: New Moon
สนุกอีกล่ะกับ Nintendo Wii
He's just Not that into You [The Movie]
การมีคนรักก็เหมือน กับ....การมีสัตว์เลี้ยง
ความกระแดะของผู้หญิงทั้ง 7 วัน (พูดขำๆ แต่มันก็จริงนะ)
My Voice: Wakatte ita Hazu (Fushigi Yuugi)
My Cooking: Spaghetti
บทเรียนของฉัน
 
 
 
 

  Say Hi! to Me ^_^
 
 
Name
E-Mail
Emotion
sample
*Please do not type over this box
 
 
 
   
 
 
 

  Search in this Blog
 
 
 
 

  Linking
 
 

My Network:
Wonder May
Toon2Home
Anime Uta
WonderMay Hosting

My Neighbours:
Wonder May
Webmonster's Blog

 
 

MAY-CHAN's Blog / Diary ^__^
 
 
"Thank you everybody for visit my websites....
Please comment for each blogs. Thanks
"
 
 
 
 

Blog/Diary Categories:
Diary, News, Entertainment, Anime, Knowledge

 
 
 
 
 

และแล้วในที่สุดก็ถึงคราวของเรา ใช้บัตรเครดิตมา 10 ปีนิดๆ ชื่นชอบในการใช้จ่ายผ่านบัตรฯมากๆค่ะ เพราะทั้งได้แต้มสะสมเพื่อแลกของ และบางบัตรก็ได้เงินคืน และบางบัตรก็ได้สิทธิพิเศษโน่นนี่นั้นมากมาย
ไม่เคยเป็นหนี้บัตรเครดิตแบบต้องเสียดอกเลย ใช้บัตรเรามีแต่ได้กับได้
เรามีบัตรเครดิตอยู่เกือบทุกธนาคารค่ะ ถ้านับรวมๆก็ร่วม 20 กว่าใบ แต่ใช้งานประจำแค่ SCB Family Plus เพราะได้เงินคืนเห็นๆทุกการใช้ ร้อยละบาท ถ้าเติมน้ำมันก็จะใช้ของธนชาติ ถ้าซื้อของที่แมคโครก็จะใช้ Citibank แล้วอื่นๆ ก็ใช้ตามโปรฯของบัตรแต่ละใบ

ปกติซื้อของอะไรนิดหน่อยถ้ารูดได้เราก็จะรูด เพราะได้เงินคืนร้อยละ 1 บาท ซื้อของในเน็ตอะไรอะไรก็รูด
ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต อะไรตัดบัตรได้ก็ตัดผ่านอัตโนมัติเลยค่ะ
และแล้วมันก็มาค่ะ....!!!!
วันนั้นเข้าเช็คดูวงเงินก็รู้สึกว่าวงเงินลดหายไปจำนวนนึง แต่ status ใน unbilled ก็ยังไม่โชว์อะไรแปลกๆ
แต่มันก็อยากรู้ค่ะ เลยโทรไปถาม call center เลยว่าบัตรเรามีการใช้จ่ายอะไรช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาบ้าง?
ตัวแรกที่เค้าแจ้งให้ฟัง เราก็งงเลย ASURION WIRELESS INS จำนวนเงิน หกพันกว่าๆ แล้วก็มีเศษสตางค์แปลกๆด้วย
ก็แปลกใจ ถามเค้าว่ามันเป็นเงินจากสกุลต่างประเทศใช่ไหม? เค้าบอกใช่ ราคาจริงคือ 199 ดอลล่าห์
พยายามทบทวนตัวเองอยู่ 30 วิ ก็ว่าเลย เอ้ย เราไม่เคยซื้ออะไรกับที่นี่ แล้วชื่อมันก็ไม่คุ้นหูเอาสะเลยค่ะ !!!!
ทางธนาคารก็แนะนำให้อายัดบัตรก่อน แล้วทำเรื่องปฏิเสธค่าใช้จ่าย
เค้าก็ถามว่าทำบัตรหายหรือเคยไปใช้บริการอะไรกับเว็บแปลกๆไหม?
เราก็บอกว่า บัตรยังอยู่กับเราตลอด แล้วเว็บที่เคยใช้บริการก็ดังๆทั้งนั้น ไม่เคยไปรูดกับเว็บที่โนเนมเลยน่ะค่ะ
เค้าก็บอกว่าเป็นไปได้ที่มันแฮกเลขบัตรเอาเองได้เลย เหมือนคล้ายๆเรา crack serial number มั้ง
เพราะบางระบบตัดบัตรเครดิต เค้าแค่ใช้เลขบัตรก็ตัดได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เลขลับ 3 ตัวหลังบัตร

ก็รู้สึกเดือดร้อนประมาณนึง เพราะบัตรใบนี้เป็นบัตรหลักที่ใช้งานทุกอย่าง ทำเรื่องตัดบัตรไว้หลายรายการ
อีกอย่างเราก็ชอบเลขบัตรด้วย คือท่องได้ขึ้นใจมาหลายปีแล้ว
ตอนนี้ไม่แน่ใจระหว่างมีอีมือดีมันไปใช้บริการที่ Asurion แล้วแฮกบัตรเราไปใช้ หรือไอ่บริษัท Asurion นี่แหละแฮกเราเอง
แต่ก็เชื่อว่าทางธนาคารน่าจะตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะเท่าที่เห็นใน internet คนก็บ่นว่าเคยโดนกันมาเยอะค่ะ
แล้วส่วนใหญ่ที่โดนเป็น SCB เหมือนกัน เหอๆ ไม่น่าเลยอุตส่าห์เป็นแฟนพันธุ์แท้ ช่วยพัฒนาระบบหน่อยก็ดีนะคะ
เพราะปกติบ่อยๆครั้งในหลายๆบัตร เวลาเรารูดอะไรมันจะมี sms ขึ้นแจ้ง หรืออย่างเวลาจ่ายบัตรในเน็ตมันก็จะมี request otp โค้ด
ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ทำไมอันนี้ที่เราโดน ถึงไม่ขึ้นแจ้งอะไรมาเลยนะ

ถ้าถามส่วนตัว เราก็ยังไม่ได้ขยาดหรือเลิกใช้บัตรเครดิตหรอกค่ะ ยังรักในบริการอยู่
แต่แค่อยากมาเล่าสู่กันฟัง และให้ระวังในการใช้จ่ายเท่านั้นค่ะ ก่อนจะชำระเงินค่าบัตร อย่าลืมทวนรายการให้ดีทุกครั้งค่ะ

posted: 07/05/2014 12:20:06  
 
 
 
 
 

ได้มีโอกาสขับผ่านไปทางสุพรรณเส้น 340 ตอนแรกขับไป 50-60 กิโลแล้วบึ่งอยู่ 100-120 ปกติก็เป็นคนขับรถเร็วแต่ก็ไม่เกินกำหนด 120
แต่สักพักพึ่งสังเกตข้างทางว่า เตือนจำกัดความเร็วเยอะมาก แล้วเหมือนบอกว่ารถยนต์ทั่วไปไม่เกิน 80
แล้วสักพักสมองก็พึ่งไตร่ตรองนึกได้ว่า เห็นมีคนบ่นในเว็บบ่อยๆว่า เส้นสุพรรณชอบโดนค่าปรับขับเกินกำหนดจากกล้องวงจร
ก็เลยลดความเร็วเหลืออยู่ 80 เหอๆ ขอบอกว่าทรมานมาก เบื่อสุดๆ ก็ว่าแล้วทะเบียนคนสุพรรณเองส่วนใหญ่ขับเต่ามาก อยู่ที่ 50-70
แต่พวกรถจังหวัดอื่นๆ ซิ่งเอาๆ ก็นะ เออ ไม่อยากเสี่ยงเลยคลานตามเค้ากำหนด

แล้วมีจุดนึงเราต้องยูเทรินอีก 600 เมตรข้างหน้า ก็เลยตีไฟขวา เข้าเลนขวาสุด
แล้วเห็นแล้วค่ะ ลิบๆสัก 2 กิโล (พอดีถนนโล่งมากเลยเห็นหลังได้ไกล แล้ว ณ จุดนี้ถนนมีอยู่ 2 เลน)
มีรถตำรวจเปิดไฟแวปๆ รู้เลยเป็นพวกท่านรัฐมนตรี หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ค่ะ ก็ยิงไฟสูงใส่เราใหญ่ แบบไล่ๆ
แต่ขอโทษเถอะ 1. จังหวัดคุณมึนเนี่ยะ แถวนี่เนี่ยะ บังคับ 80 ไม่ใช่หรอ ให้ตูเร่งแล้วใครจะช่วยเสียค่าปรับให้ไม่ทราบ
แล้วหรือ 2. จะให้ตูเนี่ยะ ย้ายไปอยู่อีกเลน เพื่ออะไรในเมื่ออีก 200 เมตร จะถึงจุดยูเทรินตูแล้ว
แล้ว 3. ตูก็ตีไฟขวาบอกอยู่เนี่ยะ เห็นไหม ว่าจะยูเทริน
แล้วก็จริงค่ะ ช่วงที่รถขับมาตีขนานนะคะ มันทำเป็นบีบแตรรัวๆๆๆ ใส่ เหมือนโกรธมาก หงุดหงิดมาก
เสียดายจริงๆ เราน่าจะมีกล้องแคมติดรถไว้ จะได้เอา vdo พร้อมโชว์เลขทะเบียนมันมาดูกัน
เป็นรถพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แน่ๆค่ะ เพราะมีตำรวจนำ แล้วตามแค่รถ 2 คัน เป็นรถตู้ดำๆทึบๆ
แต่ขอบอกวันนั้นวันหยุดนะ ไม่เชื่อหรอกมาทำงาน ถ้าวันธรรมดายังว่า มาทำงาน มีงานด่วนแต่นี่มาเที่ยวแน่ๆ ถนนก็โล่ง อนาถมาก
ตอนแรกเราก็รู้สึกชมนะคะว่าเส้นสุพรรณเค้าออกกฎแบบนี้ จะได้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้
แต่ว่าปล่อยให้รถพวกผู้ใหญ่ซิ่ง แล้วชาวบ้านเค้าต้องขับเต่า มันดูไม่ค่อยถูกต้องเลยค่ะ

posted: 05/05/2014 7:38:01  
 
 
 
 
 

เล่นโรลเลอร์เบรดมาปีกว่าๆ (แต่พูดตามตรง เล่นจริงจังบ่อยๆ อยู่แค่ 4-5 เดือนแรกเท่านั้น) ได้มีโอกาสไปเล่นไอซ์สะเก็ตช่วงสงกรานต์ปีที่แล้วอยู่พักนึง
จริงๆเคยเล่นไอซ์อยู่ครั้งเดียวในชีวิตช่วงม.ปลาย แล้วก็ไม่เคยเล่นอีกเลย แถมตอนนั้นก็เล่นไม่ได้ เกาะราวไถ่ไปเรื่อยๆ แค่นั้น
พอเป็นโรลเลอร์เบรดแล้ว อยากลองวิชาว่ามันเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน แล้วสิ่งที่เราได้จากโรลเลอร์เบรด มันช่วยในการเล่นไอซ์ไหม? สรุป....

เล่นได้ค่ะ!!!! กรี๊ดดดดดดด.......... สนุกสนาน ลั๊นล๊ามากๆ

แต่อย่างไร เราก็ไม่ได้โชว์ลีลาอะไรนะคะ อาศัยไถ่ๆรอบสนามเอา แต่ก็ไม่ได้เกาะราวจริงจัง เพราะทรงตัวได้
แต่ก็กลัวลม ก็เลยอยู่รอบๆข้างสนามดีกว่า ไม่อยากโชว์อยู่ตรงกลาง

อ้อมโลกอยู่นาน จะเข้าเรื่องล่ะ...
คือหลังจากได้ลองเล่นทั้งสองอย่างนะคะ อันนี้ความเห็นส่วนตัวล้วนๆละกัน
ทั้งสองอย่างนี้ ค่อนข้างคล้ายกันน่ะค่ะ ใช้ทักษะการทรงตัวมาใช้กันได้ ถ้าใครเป็นสักอย่าง อีกอย่างก็น่าจะทำได้
แต่ถ้าถามส่วนตัวเลยว่าอันไหนยากกว่ากัน อืมมม.. เราว่าโรลเลอร์เบรดนะ!!
เพราะล้อมันเป็นล้อกลมๆ 4 ล้อค่ะ แล้วก็หมุนๆๆๆได้ตลอดเวลา ถ้าทรงตัวไม่ดีนี่ ล้มง่ายๆ แล้วแถมล้มแล้วล้มเลย ล้มแรงเจ็บด้วย
พื้นเรียบๆ แต่ไม่มันมากเกินไปเหมาะกับการเล่นที่สุดค่ะ อย่างในห้างไงเห็นพวกพนักงานชอบนำมาใช้ไง
แต่ถ้าพื้นขรุขระนี่ลำบาก ทรงตัวยาก พื้นที่ทางลาดชันก็ไม่เก่งจริงก็อย่าเล่นค่ะเบรกยาก
ส่วนไอซ์ฯ พื้นเป็นน้ำแข็งดูลื่นจริง แต่ถ้าทรงตัวดีๆ อยู่ทนกว่า ล้มยากกว่า
ดูง่ายๆตอนที่เราเล่นไอซ์ครั้งแรก การยืนทรงตัวเฉยๆเกาะราว ไม่น่ากลัวล้มเท่าไหร่ค่ะ พอไถ่ๆเกาะราวไปได้
แต่โรลเลอร์เบรดนี่สิ ตอนเล่นครั้งแรก แค่จะยืนเฉยๆเกาะราวยังลำบาก อย่าให้พูดว่าเกาะราวไปไถ่ไปนะ ยากมาก ถ้าใครไม่เข้าใจเทคนิคการทรงตัวเนี่ยะ ต่อให้มีราวก็ไถ่ไปเกาะไปไม่ได้หรอกค่ะ
เราว่าเราโชคดีที่เริ่มเรียนรู้จากโรลเลอร์เบรดก่อน เลยเล่นไอซ์แล้วรู้สึกสบายมาก

และก็ขอโม้ตรงนี้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเล่นโรลเลอร์ฯ หรือไอซ์ฯ เราไม่เคยล้มเลยนะ ฮาฮาฮาฮา
โรลเลอร์ฯ เคยมีวืดอยู่ 2-3 ทีค่ะ แต่พยายามตะกายอากาศกลับมายืนสง่างามได้ ส่วนไอซ์ก็มีสัก 2 ครั้งเหมือนกันมั้ง ก็ตะกายอากาศได้เช่นกัน แก่แล้ว ไม่อยากล้มโชว์เด็กค่ะ เสียภาพพจน์หมด

posted: 04/03/2014 9:00:09  
 
 
 
 
 

ห่างหายจากการเขียน blog ไปนาน จริงๆมีเรื่องอยากเขียนอยากบอกมากมาย เอาล่ะ วันนี้ฤกษ์ดีขอพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ
ช่วงนี้เห็นหลายๆคนรักษาสุขภาพมากขึ้น รวมถึงอยากลดน้ำหนักและออกกำลังกายกัน
ไม่ขอยกว่าตัวเองเป็นผู้รอบรู้อะไร แต่แค่คนเคยทำอะไรมาบ้าง มาขอบอกเล่าบางสิ่งบางอย่างให้ฟังละกันค่ะ

เราเคยลดน้ำหนักทั้งการออกกำลังกายแบบหักโหมและแบบนุ่มนวลมาแล้ว ตั้งแต่เกิดเราจะรูปร่างกลางๆ ไม่อ้วนไม่ผอม มีทรวดทรงก็กลางๆ
แต่ช่วงนึงที่ใกล้เรียนจบ เนื่องจากได้ท่องโลกกว้างมากขึ้น เลยเห็นของกินเยอะขึ้น เราไม่ได้กินเพราะความหิว เรากินเพราะความอยาก น้ำหนักทะลุเกินพิกัดไปประมาณ 10 กิโล
นึกได้ก็ออกกำลังกายหักโหมมาก หลักๆ จะชอบเต้นอารบิค คือท่าคิดเอง ไม่ได้ตามซีดี อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ประมาณครั้งละ 30 นาที ทานข้าวน้อยลง ประมาณวันละ 2-3 มื้อ คือก็ทานปกติแต่ไม่ค่อยกินขนมมากนัก แต่ก็ยังทาน junk food อยู่ ชอบมากคือเฟรนฟราย ทานทุกสัปดาห์
ประมาณแค่ 1-1.5 เดือน น้ำหนักกลับมาเท่าเดิมค่ะ แถมรูปร่างดูกระชับกว่าเดิมด้วย มีทรวดทรงมากขึ้น
หลังจากนั้น เราก็ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ประมาณ 3 ครั้ง อยู่สัก 2-3 ปี รูปร่างก็ยังเหมือนเดิม (แต่การกินอาจจะพัฒนาขึ้นมานิดนึง)

แล้วช่วงหลังทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ผ่านไปสัก 3-4 ปี แทบจะไม่ได้ออกเลยอืดขึ้นมามาก น้ำหนักขึ้นไปประมาณ 15 กิโล ทุกคนทักหมดว่าบวมๆๆๆ แล้วเมื่อถึงจุดอิ่มตัว เราก็เริ่มไม่ค่อยอยากกินอะไรแล้ว เริ่มคิดอยากลด
แต่เนื่องด้วย อายุมากขึ้น และน้ำหนักที่ขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน รู้ตัวค่ะ ไม่ควรหักโหม เราจะกระโดดโลดเต้นเหมือนแต่ก่อน มันไม่ควรเลย
ดังนั้นแล้ว สูตรสำหรับอายุปูนนี้นะคะ เรางดทานขนมส่วนเกินทุกอย่าง อย่างดีทานห่อละ 5 บาทได้วันละไม่เกิน 2 ห่อ
อาหารก็ทานปกติ 3 มื้อ แต่ว่าปริมาณต้องห้ามเกินมาตรฐาน และเน้นที่สุด ทานแกงจืด ทานปลาจะดีมากค่ะ แกงกะทิลาจาก ผัดที่น้ำมันเยิ้มก็นานๆที
เราออกกำลังกายแทบทุกวัน แต่ไม่รุนแรง ออกแบบวอร์มอัพ และเวลาที่ดีที่สุดคือ ออกตอนกลางวันก่อนทานข้าวเที่ยงค่ะ
ตอนหิวๆนี่แหละดีมาก พอออกไปสักพักหายหิว ก็กินน้อยลง junk food นี่ประมาณเดือนละ 1-2 ครั้ง ไม่บ่อย
3 เดือน เราเอาออกไปได้ 7 กิโลค่ะ แต่แค่ 7 กิโล หลายๆคนบอกว่า แค่นี้ก็กำลังดีแล้ว ไม่ต้องให้ผอมเท่าแต่ก่อนหรอก
เราก็กะว่าเรื่อยๆค่ะ ถ้ามีโอกาสก็ทำเรื่อยๆ อยากได้เลขเดิมเหมือนตอนวัยรุ่น อิอิ

คือที่ร่ายมายาว อยากจะแนะนำทุกคนนะคะ
การอดอาหารไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง มีหลายสูตรให้กินโน่นนี่ กินเท่าแมวดม
ยิ่งบางคน ถ้าอ้วนมากๆๆๆๆ กินเท่านั้น ไม่ไหวค่ะ ทำให้ตับไต กระเพาะเราทำงานไม่ดี น้ำย่อยมันกัดค่ะ
ถ้าอ้วนมาก ก็ค่อยๆลดอาหารเอา แต่หลักๆ คือต้องออกกำลังกายควบคู่ด้วย
เมื่อก่อนเราเคยอดอาหารนะคะ หรือบางทีกินแต่สลัดทั้งวัน สรุป ขอบอกว่ามันไม่ช่วยอะไรค่ะ ไม่ลดแถมขึ้นอีก
ต้องออกกำลังกายเท่านั้น และต้องดูสุขภาพด้วย ถ้าอายุมากก็ไม่ควรหักโหม ออกแค่วันละ 20 นาทีก็เก่งแล้ว
แล้วพวกขนม ของหวาน กะทิ ลดให้หมดค่ะ หรือเลิกได้ยิ่งดีที่สุด
เวลาจะทานขนมอะไรน่ะ ให้ดูข้างซอง ดูแคลลอรีนะคะ ขนมวันนึงไม่ควรเกิน 200 แคลฯ อาหารแต่ละมื้อก็ไม่ควรเกิน 400 แคลฯ
สำหรับเรา วันไหนอยากทานขนมอะไรแรงๆ เราก็จะลดอาหารหลักแทน ทานครึ่งจาน แล้วกินขนมแบบนี้ก็จะได้ค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

posted: 11/13/2013 11:40:26  
 
 
 
 
 

ไม่เคยสนใจพวกกีฬารองเท้าสะเก็ตอะไรทำนองนี้เลย อยากเล่นพวกไอซ์สะเก็ตอะไรทำนองนี้มากกว่า
แต่แล้ว พักหลังๆ ได้ดูหนังจำพวกมีรองเท้าสะเก็ตบ่อยๆมั้ง เลยนึกครึ้มอยากเล่นบ้าง ตอนแรกก็คิดว่ามันเล่นง่ายๆ นึกอยากได้ก็ไปซื้อเลย
จริงๆ ตอนแรก อยากได้พวกรองเท้าสะเก็ต Roller Skate แบบสมัยก่อนมากกว่า แต่ปัจจุบันไม่มีขายแล้ว ก็นะ เลยได้เป็นรองเท้า Rollerblades มาแทน


Roller Skate สมัยก่อน

ตอนไปซื้อครั้งแรก พอได้ลองใส่แค่นั้น..... ความปอดมาเยือนทันที !!!!!
มันลื่นมากกกกก นึกภาพไม่ออกเลย จะทรงตัวอย่างไร จะทำยังไง? แต่ก็นะ มาถึงขั้นนี้แล้ว เอาก็เอา(ว่ะ!)

การเลือกซื้อรองเท้านั้น เล็งๆพวกสีชมพูดูเด็กๆไว้ แต่ที่ร้านดันไม่มี เพราะว่าพวกสีเด็กๆนี้ มีแต่ไซส์เด็ก หรือคนที่เท้าเล็กๆจริงๆเท่านั้น
ก็เลยไปได้แต่พวกผู้ใหญ่ใช้เล่นกันเลย รุ่นที่เราได้ รู้สึกจะใช้เล่นแบบ Slalom ได้ด้วย


Rollerblades ปัจจุบัน

และก็ต้องซื้ออุปกรณ์ป้องกันครบชุดมาด้วย ทางร้านแนะนำว่า..
ก่อนเล่น .... ต้องใส่อุปกรณ์ก่อน รองเท้าใส่ทีหลังสุด
ก่อนเลิก ..... ต้องถอดรองเท้าก่อน อุปกรณ์เป็นสิ่งสุดท้าย
ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

พอมาลองเล่นที่บ้านวันแรก เหอๆ เป็นอะไรที่หลอนสุดๆ แต่ใส่เสร็จแล้วยืนทรงตัว ยังจะไม่ไหวเลยค่ะ
เกาะราวเกาะกรงรั้ว อยู่กับที่อยู่อย่างนั้น ขาก็แคว๊ดๆๆไปมา ยืนเฉยๆ ยังจะยืนไม่ได้เลย
ไม่ได้ล่ะๆ วันที่ 2 เลยพยายามไปอ่านบทความอีกครั้ง เกี่ยวกับมือใหม่ให้เข้าใจ ดูวิดีโอวิธีการเล่น ให้สังเกตคนที่เค้าทำได้
แนะนำเว็บนี้ค่ะ ดีมากๆ เราก็ซื้ออุปกรณ์จากร้านนี้เหมือนกันด้วย >>
คลิ๊ก

เมื่อพอเข้าใจแล้ว เนื่องจากพื้นที่บ้านมีจำกัด ถนนหน้าบ้านกว้างก็จริง แต่มันลื่นเพราะเป็นปูน ยังไม่เหมาะกับคนที่ทรงตัวไม่ได้
เราจึงมาเล่นในบ้าน โดยปูพื้นด้วยพรม แต่พรมก็ไม่กว้างมากหรอกค่ะ แคบๆ ประมาณเท่าผ้าห่มเท่านั้น ลองฝึกทรงตัว และเดินไปมาให้ได้ก่อน
เราฝึกอยู่ประมาณ 3 วันๆละ ประมาณ ครึ่งชม. ก็รู้สึกโอเค เดินได้ ทรงตัวพอได้ พอเข้าใจกลไกของรองเท้านี้แล้ว ก็อยากไปเดินที่หน้าบ้านซึ่งเป็นถนนปูนบ้าง
พอไปที่ปูน มันลืนกว่าจริงๆค่ะ แต่ก็พอทรงตัวได้แล้ว ลองเดินๆไปมาๆ เรื่อยๆ อยู่อีกประมาณ 3 วัน (อ้อ แต่มีวันหยุดบ้าง เว้นบ้างนะคะไม่ได้ทำทุกวันขนาดนั้น)

จนสุดท้าย อีกวันลองเล่นในบ้านดู แต่เอาพรมออก บ้านเราปูด้วยกระเบื้องเคลือบเงา
ตอนแรกก็รู้สึกลื่นๆ ส่ายๆ อยู่นิดนึง แต่สักพักก็โอเคแล้ว จนตอนนี้ไปเล่นที่ถนนปูนได้แล้วค่ะ
ก็จัดว่าเราวิ่งเล่น Rollerblades ได้แล้วแหละ รู้สึกว่ามันเป็นเพียงรองเท้าธรรมดาไม่ได้ลื่นอะไร ชิวๆ แต่ก็ไม่เก่งขนาด เล่นท่าอะไรแบบนี้ยังทำไม่ได้ค่ะ
แล้วเบรคก็ยังไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อาศัยชะลอๆแล้วหยุดเอา อิอิ

จริงๆ ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ได้อยากเล่นท่ามากกว่า เพราะไม่เหมาะกับเพศและวัยเท่าไหร่ ฮาฮา
ก็รู้สึกดีมากๆ ที่ในที่สุดก็ทำได้ อยากลองไปเล่นไอซ์สะเก็ตบ้าง มันน่าจะเอาเทคนิคไปใช้กันได้นะคะ

ตอนนี้ในชีวิตมีที่คนอื่นเค้าทำได้ แต่เราทำไม่ได้อยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ "ว่ายน้ำ"
เฮ้อ แพ้คลอรีนอีก แล้วเมื่อไหร่จะทำได้เนี่ยะ เซ็งจริงๆ

(ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บ
http://www.skate-plus.com)

posted: 12/09/2012 13:42:04  
 
 
© 2001-2017 www.wondermay.com by MAY-CHAN ::: Email: webmaster@wondermay.com ::: Line: WonderMay